วันพฤหัสบดีที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2562

ขายเครื่องเชื่อมไฟฟ้า เครื่องเชื่อม ตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ราคาถูก เครื่องเชื่อมไฟฟ้า inverter แบบพกพา ตู้เชื่อมไฟฟ้า kovoro (สีเหลือง) รุ่น ARC 225 G รุ่นใหม่ปี 2020

เครื่องเชื่อมไฟฟ้า ตู้เชื่อมไฟฟ้า kovoro (สีเหลือง) รุ่น ARC 225 G
เครื่องเชื่อมไฟฟ้า kovoro รุ่น ARC 225 G รุ่นใหม่ล่าสุด ราคาเพียง 3800 บาท พร้อมใช้สายเชื่อม สายดิน ให้ครบ ในขนาด 16 SQmm สามารถเชื่อมลวดได้ตั้งแต่ เชื่อมลวด2.6 - 3.2 - 4มิล L55 สแตนเลสใช้เทคโนโลยี่ IGBT ระบบ Inverter คุณภาพสูง กระแสไฟเชื่อมคงที่ กันไฟกระชาก เชื่อมต่อเนื่องได้ทั้งวัน ระบบอินเวิร์ทเตอร์ขนาดพกพา เครื่องเชื่อมระบบอินเวิร์ทเตอร์แบบ MMA (Manual Matal Arc Welding)  ประหยัดไฟในการเชื่อม เชื่อมต่อเนื่องได้ทั้งวัน แนวเชื่อมสวยงาม ใช้งานคุ้มค่า ทนทาน เหมาะสำหรับงานในบ้านและนอกบ้าน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานต่อเติม และงานทั่วไป เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เชื่อมธูป (ARC/MMA) มีระบบป้องกัน Over-voltage และ Over-current ใช้ ลวดเชื่อมทั่วไปได้เกือบทุกชนิด รับประกัน1ปี มีอะไหล่ศูนย์ดูแลหลังการขายอย่างดี บริการตลอดการใช้งาน
หากต้องการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าอินเวอร์เตอร์ก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ยุ่งยากสักเท่าไหร่หากผู้ใช้งานมีความรู้เกี่ยวกับการใช้งานของเครื่องเชื่อม ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้มีความสำคัญสำหรับช่างที่ทำเกี่ยวกับงานเชื่อมรวมทั้งยังเหมาะสำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการใช้งาน ซึ่งเป็นการเชื่อมด้วยกระแสไฟฟ้าที่มีส่วนทำให้วัสดุต่างๆ ถูกเชื่อมติดเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเหล็ก แสตนเลส อลูมิเนียม ฯลฯ โดยการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้า inverter จะต้องดูให้เหมาะกับการใช้งานมากที่สุด แบบพกพา โดยเครื่องเชื่อมไฟฟ้าจะมีให้เลือกหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นประเภท arc,mig,tig ฯลฯ ซึ่งแต่ละแบบก็จะมีวิธีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป
1.เลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าจากชิ้นงานที่จะทำ
การเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าคุณภาพที่ดีนั้น ก่อนอื่นผู้ใช้งานหรือช่างอาจจะต้องดูจากลักษณะงานที่เชื่อมก่อนว่าจะทำอะไร และต้องใช้วัสดุใด? เป็นงานเชื่อมประเภทไหน? งานที่เชื่อมมีลักษณะเป็นงานมีขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่? พื้นที่ในการเชื่อมเป็นอย่างไร? หรือขนาดของวัสดุที่จะใช้ในการเชื่อมใหญ่แค่ไหน? ฯลฯ ซึ่งการศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนทำการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าจะทำให้สามารถเลือกเครื่องเชื่อมให้เหมาะสมกับการใช้งานได้
2.เลือกจากความถนัดของอุปกรณ์การใช้งาน
ก่อนที่จะทำการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้า..สิ่งสำคัญสำหรับช่างเชื่อมมือใหม่คือ ควรมีความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับอุปกรณ์การเชื่อม เพราะงานเชื่อมถือได้ว่าเป็นงานที่มีความเสี่ยงทำให้ผู้ที่ต้องการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าสำหรับใช้งานประเภทงานเชื่อมต่างๆ ควรมีความรู้เบื้องต้นทั้งด้านทฤษฏีและปฏิบัติ เพื่อที่จะได้ทำการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าให้ถูกต้องและเหมาะสมที่สุด
3.เลือกให้เหมาะสมกับการใช้งาน
การเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่เหมาะสมกับการใช้งานจะทำให้มีผลต่องานเชื่อมที่ออกมามีคุณภาพ สวยงามและเป็นไปอย่างที่ต้องการ และหากผู้ที่ต้องการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้ามีความรู้เกี่ยวกับประเภทของเครื่องเชื่อมต่างๆ ด้วยแล้วก็จะทำให้มีความปลอดภัยจากการเชื่อมอีกด้วย เพราะไม่ว่าจะเป็นเครื่องเชื่อมชนิดใดก็ตาม ควรเลือกให้เหมาะสมกับงานมากที่สุด เพราะถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำให้ชิ้นงานที่ออกมามีคุณภาพ ที่สำคัญจะต้องทำการเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าที่มีคุณภาพเช่นกันจึงจะทำให้งานออกมาดี มีคุณภาพที่สุด
4.เลือกจากขนาดของชิ้นงาน
การเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ช่างหรือผู้ที่ต้องการใช้งานสามารถพิจารณาจากชิ้นงานที่จะเชื่อมด้วยว่าเป็นแบบไหน เพราะไม่ว่าจะเป็นชั้นวางของ งานประกอบ โต๊ะ ตู้ เตียง ฯลฯ ซึ่งเป็นงานที่สามารถทำการเชื่อมภายในห้องแคบๆได้ด้วย เครื่องเชื่อมประเภทTAP Change Rectifier เพราะเป็นเครื่องเชื่อมที่เหมาะสำหรับเชื่อมชิ้นงานบางๆ เพราะมีลักษณะของหน้าเหล็กที่บาง ส่วนเครื่องเชื่อมประเภท Thyristor Rectifier เหมาะสำหรับเชื่อมงานโครงสร้างขนาดใหญ่อย่าง รถยนต์ ตึก อาคาร โดยจะต้องเชื่อมภายนอกอาคารเปิดและจะต้องมีพื้นที่และอากาศถ่ายเทสะดวก
5.เลือกจากราคาและการใช้งานที่สะดวก
การเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าสำหรับบางคนที่ต้องการความสะดวกในการเคลื่อนย้ายหรือพกพาไปไหนมาไหนได้ การเลือกซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้าอินเวอร์เตอร์ สามารถเชื่อมได้ทั้งหน้างานที่มีขนาดใหญ่และงานทั่วไป ซึ่งเป็นเครื่องเชื่อมที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีความสะดวกกว่าเครื่องเชื่อมไฟฟ้าประเภทอื่นๆ เพราะเคลื่อนย้ายไปได้ทุกที่แถมราคาก็ไม่แพง มีความปลอดภัยต่อการใช้งาน และเหมาะสำหรับช่างมือใหม่อีกด้วย
สั่งซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ตู้เชื่อมไฟฟ้า kovoro (สีเหลือง) รุ่น ARC 225 G
ตู้เชื่อมไฟฟ้า
kovoro (สีเหลือง) รุ่น ARC 225 G ราคา 3800 บาท
ความเห็นของลูกค้าที่สั่งซื้อไป https://www.ขายเครื่องเชื่อมไฟฟ้า.com/2019/08/blog-post_22.html
Tel: 0952864689
ราคาโปรโมชั่น 3,800 บาท (ราคาปกติ 5,500 บาท) จัดส่งเก็บเงินปลายทาง..ส่งฟรี ภายใน 1-3 วัน



















ความเห็นของลูกค้าที่สั่งซื้อไป

ความเห็นของลูกค้าที่สั่งซื้อไป
เครื่องเชื่อมไฟฟ้า kovoro รุ่น ARC 225 G รุ่นใหม่ล่าสุด ราคาเพียง 3800 บาท พร้อมใช้สายเชื่อม สายดิน ให้ครบ ในขนาด 16 SQmm สามารถเชื่อมลวดได้ตั้งแต่ เชื่อมลวด2.6 - 3.2 - 4มิล L55 สแตนเลสใช้เทคโนโลยี่ IGBT ระบบ Inverter คุณภาพสูง กระแสไฟเชื่อมคงที่ กันไฟกระชาก เชื่อมต่อเนื่องได้ทั้งวัน ระบบอินเวิร์ทเตอร์ขนาดพกพา เครื่องเชื่อมระบบอินเวิร์ทเตอร์แบบ MMA (Manual Matal Arc Welding)  ประหยัดไฟในการเชื่อม เชื่อมต่อเนื่องได้ทั้งวัน แนวเชื่อมสวยงาม ใช้งานคุ้มค่า ทนทาน เหมาะสำหรับงานในบ้านและนอกบ้าน งานอุตสาหกรรม งานก่อสร้าง งานต่อเติม และงานทั่วไป เครื่องเชื่อมไฟฟ้า เชื่อมธูป (ARC/MMA) มีระบบป้องกัน Over-voltage และ Over-current ใช้ ลวดเชื่อมทั่วไปได้เกือบทุกชนิด รับประกัน1ปี มีอะไหล่ศูนย์ดูแลหลังการขายอย่างดี บริการตลอดการใช้งาน
สั่งซื้อเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ตู้เชื่อมไฟฟ้า kovoro (สีเหลือง) รุ่น ARC 225 G
ตู้เชื่อมไฟฟ้า kovoro (สีเหลือง) รุ่น ARC 225 G ราคา 3800 บาท
line id : kovoro-japan
http://line.me/ti/p/~kovoro-japan
https://www.ขายเครื่องเชื่อมไฟฟ้า.com
ความเห็นของลูกค้าที่สั่งซื้อไป
https://www.ขายเครื่องเชื่อมไฟฟ้า.com/2019/08/blog-post_22.html
 Tel: 0952864689
ราคาโปรโมชั่น
3,800 บาท (ราคาปกติ 5,500 บาท)
จัดส่งเก็บเงินปลายทาง..ส่งฟรี ภายใน 1-3 วัน
















วันพุธที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2562

เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบาง....อยากเชื่อมเหล็กบางๆ ไม่ให้ทะลุทำไงดี?


เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบาง....อยากเชื่อมเหล็กบางๆ ไม่ให้ทะลุทำไงดี?

เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบางสำหรับช่างเชื่อมมือใหม่อาจจะเป็นเรื่องที่ยากเกินไป เพราะช่างมือใหม่หรือมือสมัครเล่นที่เพิ่งเริ่มจับงานเชื่อมส่วนใหญ่มักจะเจอปัญหาการเชื่อมเหล็กบางแล้วทะลุ หรือไม่ได้ชิ้นงานอย่างที่ต้องการ รวมทั้งการเลือกใช้ตู้เชื่อมผิดประเภท สำหรับช่างมือใหม่ที่กำลังมองหาเทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบางขนาดเหล็กกล่องบางๆ จะต้องใช้เทคนิคไหนดี?? ที่จะทำให้การเชื่อมเหล็กบางครั้งต่อๆ ไปไม่สามารถทะลุได้??

เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบาง
หากเป็นงานเหล็กกล่องที่มีความหนา 1.2 มิล สามารถใช้เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบางแบบ ARC ทั่วๆ ไปก็ได้ ซึ่งเป็นการใช้ลวดเชื่อมขนาด 2.0 มิล ในการเชื่อมแบบ ARC จะทำให้ไม่มีปัญหา แต่อาจจะติดอยู่ที่ว่าราคาลวดเชื่อมอาจจะสูงไปสักหน่อย เพราะเป็นลวดเชื่อมขนาดเล็กและมีคนใช้น้อย ทำให้ไม่เป็นที่นิยมใช้สักเท่าไหร่ ทำให้บางร้านอาจจะไม่มีขายด้วยซ้ำ เพราะใช้สำหรับงานเฉพาะเท่านั้น แต่หากได้มีโอกาสสร้างชิ้นงานที่ใช้เหล็กบาง ก็จะต้องใช้เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบางด้วยการพยายามไล่เชื่อมจากชิ้นงานที่มีความหนากว่าไปหาชิ้นงานที่มีความหนาน้อยที่สุด และอาจจะต้องทำการคาดด้ามชิ้นงานให้มีความแข็งแรงจะได้ไม่เสียรูป ที่สำคัญจะต้องกะระยะห่างหรือองศาชิ้นงาน เผื่อเอาไว้หากเกิดการหดตัวเมื่อชิ้นงานเย็นตัวลงภายหลังจากที่เชื่อมเสร็จแล้ว

ประเภทของงานเชื่อมเหล็กบาง
การใช้เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบางหรือโลหะบางๆ สำหรับช่างมืออาชีพส่วนใหญ่จะนิยมใช้วิธีเชื่อมแบบ MIG จากการใช้ลวดเชื่อมอาบน้ำยา เพราะจะทำให้มีการซึมลึกสูงและมีความร้อนต่ำโดยที่ไม่มีขี้ฟลักซ์  เพียงแต่ว่าราคาของตู้เชื่อมแบบ MIG อาจจะมีราคาสูงกว่าตู้เชื่อมประเภทอื่นๆ แต่หากจะต้องใช้งานบ่อยๆ ก็อาจจะต้องหามาไว้สักเครื่อง เพราะหากเทียบกับการเลือกตู้เชื่อประเภท TIG หรือ อาร์กอน อาจจะไม่เหมาะสักเท่าไหร่ เพราะ เครื่องเชื่อมทิกจะเหมาะสำหรับงานสเเตนเลสหรืออลูมิเนียมมากกว่า หรือแม้แต่งานเชื่อมระบบท่อเหล็กในงานระบบท่อโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งตู้เชื่อมอาร์กอนหากนำมาเชื่อมเหล็ก มันจะเปลืองแกนทังสเตนมากๆ เพราะจะต้องหมั่นเอาออกมาเจียรปลายให้แหลมบ่อยมากส่วนเทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบาง หลายๆ คนที่นิยมใช้คือการแต้มยกไปเรื่อยๆ แต่จะต้องหัดสั่งเกตสีของเหล็กให้ดีด้วยว่าหากเป็นสีแดงมากเท่าไหร่ แสดงว่าเหล็กบางๆ กำลังจะเริ่มทะลุแล้ว

เทคนิคการเชื่อมไฟฟ้า เหล็กบางคือจะต้องหัดฝึกจับจังหวะดีๆ หากช่างคนไหนมือนิ่งมากๆ จะทำให้การเชื่อมออกมามีความสวยงาม ช่วงที่เหล็กไม่เป็นสีแดงมากแสดงว่ากำลังเย็นลง ก็ให้ค่อยๆ แต้มลงไป แต่เมื่อไหร่ที่เริ่มเป็นสีแดงมากๆก็ให้รีบยกขึ้น โดยสังเกตได้จากลักษณะผิวโลหะที่ร้อนแดงไม่มาก จะทำให้การเชื่อมไม่ทะลุอย่างแน่นอน

4 ประเภทของตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร?


4 ประเภทของตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร?

มีตู้เชื่อมและอุปกรณ์มากมายมาอำนวยความสะดวกทำให้งานช่างง่ายขึ้นราวกับว่าเป็นมืออาชีพ ซึ่งปัจจุบันมีอุปกรณ์สำหรับงานเชื่อมหลากหลายให้เลือกใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นตู้เชื่อม เครื่องเชื่อมอินเวอร์เตอร์ หรือเครื่องตัดพลาสม่า ฯลฯ โดยตู้เชื่อมไฟฟ้าแต่ละประเภทต่างก็ทำงานแตกต่างกันออกไป ส่วนการใช้งานก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้หรือช่างว่าจะเลือกตู้เชื่อมหรืออุปกรณ์ชนิดไหน???  มาดูกันดีกว่าว่าหากแบ่งตามประเภทการใช้งานตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร?

1.ตู้เชื่อมเชื่อม IGBT
หากถามว่าตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร? ซึ่งเครื่องเชื่อม IGBT (Insulatate Gate Bipolar Transistor )มีส่วนประกอบของ ทรานซิสเตอร์ BJT ซึ่งเป็นตัวขยายสัญญาณ สามารถทนกระแสได้สูง ส่วน MOSFET ช่วยในเรื่องของการควบคุม ด้วยแรงดันและความเร็วในการสวิตช์ที่เร็วกว่า โดยการใช้เครื่องเชื่อม IGBT จึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่นำเอาเทคโนโลยี อย่างโครงสร้างส่วนนำกระแสของทรานซิสเตอร์BJT กับส่วนควบคุม MOSFET มารวมกัน จึงเห็นได้ว่าเครื่องเชื่อม IGBT ยังคงเป็น Bipolar Transistor อยู่ เพียงแต่ใช้ Insulatate Gate มาควบคุมแทน
 
2.ตู้เชื่อม ARC
ตู้เชื่อม ARC หรือ MMA (Metal Manual Arc) เป็นตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร? ซึ่งตู้เชื่อมประเภทนี้มีไว้สำหรับเชื่อมไฟฟ้าหรือเชื่อมเหล็ก โดยมีระบบหม้อแปลง (Transformer) และระบบอินเวอร์เตอร์ (Inverter) โดยระบบหม้อแปลงจะมีน้ำหนักมากและราคาถูก โดยตู้เชื่อม MMA เป็นเครื่องเชื่อมแบบ Synergic ที่เหมาะสำหรับการเชื่อมงานทั่วไปที่ไม่ใช่งานบางมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมเหล็กกล่อง, เชื่อมโครงหลังคาหรืองานซ่อมบำรุงต่างๆ ที่ไม่ต้องการความละเอียดหรือความสวยงามมาก และเมื่อเชื่อมเสร็จแล้วอาจจะมีการเจียรสำหรับตกแต่งและทำความสะอาดแนวเชื่อมอีกครั้ง

3.ตู้เชื่อม TIG
ตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร? ซึ่งหากเป็นตู้เชื่อม TIG (Tungsten Inert Gas) ถือเป็นเครื่องเชื่อมไฟฟ้าระบบอินเวอร์เตอร์ (INVERTER) เหมาะสำหรับการเชื่อมงานบางและงานละเอียดที่ต้องการความซึมลึกของแนวเชื่อมที่สูง โดยเครื่องเชื่อม TIG มีทั้งเชื่อมอาร์กอนอย่างเดียวและเชื่อมได้ 2 อย่าง คือเครื่องเชื่อม TIG200A เชื่อมอาร์กอน และ เชื่อมธูป(เชื่อมเหล็ก) และเชื่อมได้ 3 อย่างคือ เชื่อมอาร์กอน เชื่อมธูปและเชื่อมอลูมิเนียม หรือที่เรียกกันว่าเครื่องเชื่อมระบบ AC/DC  โดย AC คือ เครื่องเชื่อมระบบที่ใช้สำหรับการเชื่อมอะลูมิเนียม ซึ่งการใช้เครื่องเชื่อม TIG เป็นการนำกระแสไฟฟ้าที่ปลายลวดทังสแตนเพื่อ ส่งผ่านไปยังแนวเชื่อมซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนและชิ้นงานหลอมละลายจนติดกันเอง หรืออาจใช้ลวดเติมพร้อมกับการใช้เครื่องเชื่อมทิกเพื่อให้ได้แนวเชื่อมตามที่ต้องการ

งานที่ได้จะออกมาเป็นงานเชื่อมที่สวยงาม มีคุณภาพ สะอาด ควันน้อย ไม่มีประกายไฟ ส่วนใหญ่นิยมเชื่อมชิ้นงานบางๆไม่ว่าจะเป็นการเชื่อมท่อน้ำมัน ท่อน้ำแรงดัน ท่อแก๊ส เชื่อมสแตนเลส อลูมิเนียม ทองเหลือง ทองแดง หรือแม้แต่งานเชื่อมรั้ว เชื่อมราวบันได ฯลฯ

4.ตู้เชื่อมมิก MIG
หากถามว่าตู้เชื่อมไฟฟ้า ทำงานอย่างไร? ซึ่งตู้เชื่อม MIG (Metal Inert Gas) ถือเป็นเครื่องเชื่อมที่ใช้วิธีการป้อนเนื้อลวดลงที่ชิ้นงานแบบอัตโนมัติเพื่อให้เกิดการหลอมละลายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีแก๊สคาร์บอนปกคลุมตามแนวเชื่อมเพื่อป้องกันไม่ให้อากาศอ๊อกซิเจนเข้าไปที่บ่อหลอมละลายจากเครื่อง โดยเครื่อง MIG จะใช้ก๊าซ Co2 และไม่ต้องใช้แรงงานคนป้อนลวดเหมือนกับการเชื่อมอาร์กอน โดยเครื่องเชื่อมชนิดนี้อาจจะใช้แก๊สผสมกับคาร์บอน แต่จะขึ้นอยู่กับชิ้นงานที่ต้องการเชื่อม สามารถเดินแนวเชื่อมได้อย่างต่อเนื่องและเร็วกว่าการเชื่อมไฟฟ้าที่ใช้ธูปเชื่อม ซึ่งจะต้องเปลี่ยนธูปเชื่อมบ่อยๆ ซึ่งข้อดีของการใช้ตู้เชื่อมประเภทนี้สามารถเชื่อมเชื่อมโลหะได้เกือบทุกชนิดทั้ง สแตนเลส เหล็ก ทองแดง และอะลูมิเนียม แล้วแต่ลวดที่ป้อนสำหรับเชื่อมชิ้นงาน ที่สำคัญคือ ตู้เชื่อมมิก MIG ยังเหมาะสำหรับงานเชื่อมตามโรงงานอุตสาหกรรมงานเชื่อมที่ต้องการคุณภาพงานสูง และเหมาะสำหรับการเชื่อมงานทุกประเภท


วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

3 มาตรการป้องกันความปลอดภัยของการใช้ที่เชื่อมเหล็ก..ไม่ให้ชีวิตช่างเชื่อมเสี่ยงเกินไป


3 มาตรการป้องกันความปลอดภัยของการใช้ที่เชื่อมเหล็ก..ไม่ให้ชีวิตช่างเชื่อมเสี่ยงเกินไป

ความปลอดภัยในการใช้ที่เชื่อมเหล็กไม่ว่าช่างมืออาชีพหรือช่างมือใหม่ ก็จำเป็นที่จะต้องเรียนรู้ก่อนลงมือทำการเชื่อมชิ้นงานต่างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นจากการเชื่อมเกิดได้ ซึ่งการใช้ที่เชื่อมเหล็กไม่ถูกวิธีหรือไม่มีมาตรการดูแลความปลอดภัยอาจทำให้เกิดความรุนแรงขึ้นถึงกับทำลายทรัพย์สินหรือทำให้เสียชีวิตได้ ทางที่ดีก่อนที่จะทำการเชื่อมและใช้ที่เชื่อมเหล็กหรือเชื่อมไฟฟ้า ช่างเชื่อมจึงจำเป็นต้องรู้จักวิธีใช้งานและการป้องกันอันตรายที่จะไม่ให้เกิดขึ้นได้

ความปลอดภัยในการใช้ที่เชื่อมเหล็ก
ในการใช้ที่เชื่อมเหล็ก ช่างเชื่อมมีโอกาสได้รับอันตรายจากการเชื่อมด้วยระบบกระแสไฟฟ้าได้ตลอดเวลา เพราะขณะที่เครื่องเชื่อมเปิดทำงานจะมีกระแสไหลไฟฟ้าผ่านอย่างต่อเนื่อง ทำให้โอกาสที่จะถูกไฟฟ้าดูดหรือได้รับอันตรายจากรังสีการได้รับควันพิษที่เกิดขึ้นในขณะเชื่อมก็มีมากขึ้นไปด้วยเช่นกัน โดยการรักษาความปลอดภัยในการใช้ที่เชื่อมเหล็กมีดังนี้
  
การใช้ที่เชื่อมเหล็กด้วยไฟฟ้า(อาร์ค)  
1.ผู้ปฏิบัติงานเชื่อมโลหะ
เมื่อช่างเชื่อมหรือผู้ที่ใช้ที่เชื่อมเหล็กทำงานเชื่อมเหล็กด้วยไฟฟ้า (อาร์ค) ก่อนทำการเชื่อมทุกครั้งจะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันส่วนต่างๆ ของร่างกายคือ
·       หน้ากากกรองแสง (Helmet) : เหมาะสำหรับป้องกันสะเก็ดลูกไฟและรังสีโดยต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่กระทรวงอุตสาหกรรมเห็นชอบ

·       แว่นตา (Safety Glasses) : เหมาะสำหรับใช้ป้องกันสะเก็ดลูกไฟจากการใช้ที่เชื่อมเหล็ก เพื่อป้องกันแสงจ้าๆ จากการเชื่อมและรังสียูวีไม่ให้เข้าตา   

·       เสื้อแขนยาวและกางเกงขายาว : ต้องสวมเสื้อขายาวและกางเกงขายาวก่อนทำการใช้ที่เชื่อมเหล็ก เพื่อสามารถป้องกันอันตรายจากสะเก็ดลูกไฟและไม่ให้ลุกติดไฟง่าย

·       รองเท้านิรภัย (Safety shoes) : ต้องสวมรองเท้าชนิดที่เป็นแบบหุ้มข้อหรือรองเท้านิรภัย กันสะเก็ดไฟกระเด็นบริเวณเท้า  

·       ถุงมือหนัง : ต้องสวมถุงมือหนังชนิดไม่เปิดปลายนิ้วมือ จะช่วยกันประกายไฟจากการใช้ที่เชื่อมเหล็กได้อย่างดี

2.ที่เชื่อมเหล็กและอุปกรณ์
การใช้ที่เชื่อมเหล็กหรือเครื่องเชื่อมโลหะแต่ละเครื่อง จะต้องมีอุปกรณ์ป้องกันหรือสวิทซ์ตัดตอนไฟฟ้า ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการใช้กระแสไฟฟ้าเกินขนาดและใช้ไฟฟ้าเกินกำลัง โดยตู้เชื่อมทุกตู้จะต้องต่อสายดินทุกเครื่อง และห้ามใช้ลวดทองแดงแทนฟิวส์ตะกั่ว ส่วนสายไฟฟ้าที่ใช้จะต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่เหมาะสมกับการใช้งาน และต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดีและปลอดภัยเสมอ

3.บริเวณที่ปฏิบัติงาน
การสร้างชิ้นงานหนึ่งๆ จะต้องอาศัยพื้นที่ตามสภาพของขนาดงานนั้นๆ  ซึ่งการใช้ที่เชื่อมเหล็ก อาจจะต้องเลือกสถานที่ปฏิบัติงานที่แตกต่างกันไป หากเป็นพื้นอาคารโรงงานจะต้องเป็นวัสดุทนไฟไม่ขรุขระหรือมีน้ำขัง และจะต้องมีฉากที่ทำจากวัสดุไม่ติดไฟสำหรับใช้ป้องกันแสง รังสี และสะเก็ดลูกไฟ นอกจากนี้ผนังอาคารโรงงานจะต้องเป็นวัสดุทนไฟทึบ หรือมีวัสดุทนไฟปูปิดทับ โดยจะต้องมีความสูงจากพื้นอาคารโรงงานไม่น้อยกว่า 2 เมตร พื้นที่ที่ต้องใช้ที่เชื่อมเหล็ก ต้องจัดให้มีแสงสว่างให้เพียงพอและต้องมีการระบายอากาศที่ถ่ายเทสะดวก ที่สำคัญคือต้องไม่วางวัสดุที่ติดไฟง่ายหรือวัสดุไวไฟ ไว้ในบริเวณที่เชื่อมเหล็กหรือในบริเวณใกล้เคียง

ไม่ว่าจะเป็นช่างเชื่อมระดับมืออาชีพแค่ไหน ก็ต้องไม่ประมาทในการทำงาน อีกทั้งยังต้องระมัดระวังการใช้งานของที่เชื่อมเหล็กและอุปกรณ์การเชื่อมประเภทอื่นๆ เพื่อความปลอดภัยต่อชีวิตของตนเองและคนรอบข้าง


3 จุดการปรับแต่งเพื่อโมตู้เชื่อม...เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องเชื่อมให้ดีขึ้น


3 จุดการปรับแต่งเพื่อโมตู้เชื่อม...เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องเชื่อมให้ดีขึ้น

มีช่างเชื่อมหลายๆ คนที่กำลังคิดจะโมตู้เชื่อม ไม่ว่าจะเป็นตู้เชื่อมี่ผ่านการใช้งานมาแล้ว และอยากจะเปลี่ยนระบบบางตัวใหม่ หรือต้องการโมตู้เชื่อมที่เป็นเครื่องใหม่ ราคาถูกแต่มีความแรงไม่พอ ซึ่งการโมดิฟายตู้เชื่อมนี้หากเรียนรู้วิธีที่ถูกต้องก็จะทำให้ผู้ใช้ได้ตู้เชื่อมในแบบที่ต้องการ เพราะไม่ว่าจะโมตู้เชื่อมเพื่อเพิ่มกระแสไฟ เพิ่มความแรง หรือเพิ่มชิ้นส่วนบางอย่างเข้าไปเพื่อให้มีการทำงานที่ดีขึ้น โดยเฉพาะประเภทตู้เชื่อมอินเวอร์เตอร์ ที่ต้องการโมดิฟายก็สามารถนำมาดัดแปลงให้เป็นไปอย่างที่ต้องการได้

โมตู้เชื่อม
สำหรับเครื่องเชื่อมทั่วไป หากเปิดออกมาข้างในส่วนใหญ่จะพบกับวงจรที่อยู่ในแผ่นบอดร์ดเดียวกันเป็นลักษณะ all in one โดยข้างในจะมีวงจรหลักๆ สำหรับเป็นอุปกรณ์หลักอยู่ไม่กี่อย่างที่จะต้องโมตู้เชื่อม

จุดที่ 1 สะพานไฟ
เป็นสะพานไฟนำกระแสทั้งขั้วบวกขั้วลบ หากเป็นของเดิมๆ ที่มากับตัวเครื่องอาจจะเป็นแผ่นอลูมิเนียมที่มีความยาว 7-8 นิ้ว มีความบางไม่เกิน 2 มิล ซึ่ง ของเดิมที่เป็นอลูมิเนียมเมื่อเทียบกับทองแดงแล้วจะทำให้นำกระแสไฟไม่ค่อยดี แต่หากโมตู้เชื่อมด้วยทองแดงนำกระแสได้ดีกว่า วิธีแก้ไขก็คือ การหาสายไฟประมาณเบอร์ 6 หรือเบอร์ 8 ประมาณสัก 3-4 เส้นมาทำการเชื่อมต่อให้ขนานกัน ซึ่งเมื่อโมออกมาจะดีกว่าของเก่าแน่นอน บางรุ่นอาจจะมีสะพานไฟอีกตัว ซึ่งอาจจะเป็นทองเหลืองตัวนี้ก็ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนก็ได้ เสร็จแล้วให้แกะสายไฟเบอร์  2.5 แล้วเชื่อมต่อขนานเข้าไป ทำการบัดกรีเสริมเข้าไป จะทำให้นำกระแสไฟได้ดียิ่งขึ้น แค่นี้ก็ถือว่าสำเร็จแล้วกับการโมตู้เชื่อมสำหรับสายไฟ เพื่อปรับให้กระแสไฟทำงานได้ดีขึ้น

จุดที่ 2 ปรับคาปาซิสเตอร์
เครื่องเชื่อมบางตัวอาจจะมีคาปาซิเตอร์ 2 ตัวซึ่งส่วนใหญ่มีขนาด 400 โวลต์ โดยคาปาซิเตอร์อาจจะสำรองกระแสไฟได้ประมาณหนึ่ง คือแค่ใช้งานได้ แต่ไม่สามารถสำรองกระแสไฟได้เยอะ เพราะหากเป็นรุ่นที่สำรองกระแสได้เยอะจะทำให้ราคาการผลิตสูงขึ้น การโมตู้เชื่อมจุดที่สองคือ ลองหาคาปาซิเตอร์จากทีวีเก่าๆ ที่ทิ้งแล้วมาเสริม ยิ่งไมโครสูงๆ ยิ่งดี แต่ต้องดูด้วยว่าการเลือกโวลต์ค่าแรงดันจะต้องไม่ต่ำกว่า 400 โวลต์ เมื่อได้คาปาซิเตอร์ แล้วก็จัดการนำมาต่อเชื่อมขนานกัน บวกเข้าบวก ลบเข้าลบได้ทันที ทำการบัดกรีเสริมเข้าไป อย่าให้ผิดขั้ว ซึ่งการเลือกคาปาซิเตอร์ดีๆ ก็จะมีค่าความจุเยอะๆ เพราะหากมีการใช้งานการเชื่อมมากเกินไปกับการใช้คาปาซิเตอร์รุ่นเดิมๆที่มีความจุน้อย จะทำให้กระแสถูกดึงให้ลดฮวบลงไปจนหมดจากคาปาซิเตอร์ ซึ่งจะส่งผลทำให้กระแสชาร์จเข้าไม่ทัน และหากใช้งานหรือใช้ไฟจากเครื่องเชื่อมมากเกินไป จะทำให้การเชื่อมสะดุดหรือกระตุกเชื่อมงานได้ไม่ต่อเนื่อง เพราะนั่นคือเป็นการจ่ายกระแสไฟไม่ทัน ฉะนั้นก็ต้องหาทางโมตู้เชื่อมด้วยการเพิ่มความจุคาปาซิเตอร์ใหม่ ขนานเชื่อมต่อเข้าไปจะทำให้ไมโครจะเยอะขึ้น

จุดที่ 3 ไดโอด
ไดโอด (diode)เป็นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ชนิดสองขั้ว คือขั้ว p และขั้ว n ที่ออกแบบและควบคุมทิศทางการไหลของประจุไฟฟ้า ซึ่งมันจะยอมให้กระแสไฟฟ้าไหลในทิศทางเดียวพร้อมกับทำการปิดกั้นการไหลในทิศทางตรงกันข้าม โดยไดโอดส่วนใหญ่จะทำมาจากสารกึ่งตัวนำ ซึ่งก็คือผลึกของสารกึ่งตัวนำที่สามารถนำมาต่อกันของขั้วไฟฟ้าทั้งสองขั้ว  
เอามาต่อขนานเข้าไป ประมาณว่าหากของเดิมไดโอดเป็น 50 แอมป์ 1,000 โวลต์ เมื่อขนานเข้าไปสองตัวรวมกันก็จะทนกระแสได้ 100 แอมป์ ซึ่งแม้การทนกระแสจะเพิ่มขึ้นแต่ 1,000 โวลต์ ยังเหมือนเดิม เพียงแต่การทนกระแสก็เพิ่มเป็นอีกหนึ่งเท่าตัวนั่นเอง

หลักๆ ก็มีการโมตู้เชื่อมตามจุดต่างๆ ไมว่าจะเป็น สายไฟหรือสะพานไฟ คาปาซิเตอร์ ไดโอด ฯลฯ นอกจากนี้สายไฟ สายเชื่อม ไม่ควรที่จะทำให้เป็นสายยาว ไม่เช่นนั้นจะทำให้กระแสยิ่งตกลงแล้วมันจะฟ้องว่าการเชื่อมไม่เสถียร ซึ่งจะทำให้การเชื่อมไม่ต่อเนื่องนั่นเอง 

การปรับกระแสตู้เชื่อมฉบับช่างเชื่อม


การปรับกระแสตู้เชื่อมฉบับช่างเชื่อม

การเลือกใช้ตู้เชื่อมไฟฟ้า ควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับงานและโครงสร้างหรือเลือกให้ตรงกับวัสดุในการผลิต มีคุณภาพและความคงทน ซึ่งการเลือกใช้ตู้เชื่อมที่มีคุณภาพนั้นนอกจากการเลือกซื้อเบื้องต้นแล้ว ช่างเชื่อมที่ต้องใช้งานตู้เชื่อมเป็นประจำ อาจจะต้องทำการปรับกระแสตู้เชื่อมขึ้นมาเพื่อให้มีความเปลี่ยนแปลงของตู้ในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากจะเลือกตู้ให้เหมาะกับประเภทของงานเชื่อมแล้ว การปรับกระแสตู้เชื่อมให้กับตู้เชื่อมที่ใช้เป็นประจำก็สำคัญไม่น้อยซึ่งถือเป็นการพัฒนาตู้เชื่อมไฟฟ้าให้สามารถเชื่อมงานได้ประณีตมากขึ้นและลดขั้นตอนในการผลิตชิ้นงานด้วย

เหตุผลที่ต้องทำการปรับกระแสตู้เชื่อม
ตู้เชื่อมไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำหรับช่างเชื่อม ที่สามารถใช้งานจากการเชื่อมด้วยไฟฟ้า ซึ่งสามารถเชื่อมได้ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม สแตนเลส โลหะบาง-หนา และวัสดุต่างๆ แต่บางครั้งช่างเชื่อมอาจจะเลือกซื้อตู้เชื่อมในแบบราคาถูกมา หรือไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ หากเป็นช่างระดับมืออาชีพก็จะสามารถทำการปรับกระแสตู้เชื่อมให้ใช้งานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อชิ้นงานที่ออกมาสวยงามอีกด้วย ซึ่งการปรับกระแสตู้เชื่อมเป็นการปรับตั้งกระแสไฟฟ้าเชื่อม ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของแนวเชื่อม โดยมีข้อควรพิจารณาคือ

·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการปรับกระแสไฟในการเชื่อมที่สามารถปรับได้ 2 ลักษณะ คือ ปรับเพิ่ม และปรับลด
·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการปรับกระแสไฟเชื่อมสูง ที่จะทำให้การอาร์ครุนแรงและแนวเชื่อมเสียหาย
·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการปรับกระแสไฟเชื่อมสูงหรือต่ำ โดยจะต้องคำนึงถึงความหนาของวัสดุงานเชื่อมทุกครั้ง
·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการใช้กระแสไฟเชื่อมต่ำ ที่จะทำให้เกิดการดูดติดของลวดเชื่อมกับชิ้นงาน

ข้อควรรู้เมื่อทำการปรับกระแสตู้เชื่อม
การเชื่อมโลหะต่างๆ จากการใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้า หากช่างเชื่อมที่มีความชำนาญในการเชื่อมหรือมีประสบการณ์การเชื่อมงานต่างๆ มานาน ส่วนใหญ่มักจะมีขั้นตอนที่ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ การปรับกระแสตู้เชื่อม หรือการปรับระดับกระแสของเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ซึ่งปัจจัยที่กำหนดระดับการปรับกระแสไฟฟ้าเครื่องเชื่อมคือ ลักษณะงาน, ความหนาของชิ้นงาน และชนิดของลวดเชื่อม เพราะหากมีการปรับกระแสตู้เชื่อมที่สูงเกินไปจะทำให้บ่อหลอมละลายกว้างและลึกไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีการควบคุมแนวเชื่อมได้ยาก และส่งผลให้เกิดรอยแหว่งที่ขอบรอยเชื่อมหรือที่เรียกว่า Undercut

แต่หากมีการปรับกระแสตู้เชื่อมที่ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดรอยนูนบริเวณขอบรอยเชื่อม ทั้งนี้ก็เพราะว่าลวดเชื่อมกับชิ้นงานไม่สามารถหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกันได้