วันอังคารที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2562

การปรับกระแสตู้เชื่อมฉบับช่างเชื่อม


การปรับกระแสตู้เชื่อมฉบับช่างเชื่อม

การเลือกใช้ตู้เชื่อมไฟฟ้า ควรเลือกแบบที่เหมาะสมกับงานและโครงสร้างหรือเลือกให้ตรงกับวัสดุในการผลิต มีคุณภาพและความคงทน ซึ่งการเลือกใช้ตู้เชื่อมที่มีคุณภาพนั้นนอกจากการเลือกซื้อเบื้องต้นแล้ว ช่างเชื่อมที่ต้องใช้งานตู้เชื่อมเป็นประจำ อาจจะต้องทำการปรับกระแสตู้เชื่อมขึ้นมาเพื่อให้มีความเปลี่ยนแปลงของตู้ในทิศทางที่ดีขึ้น นอกจากจะเลือกตู้ให้เหมาะกับประเภทของงานเชื่อมแล้ว การปรับกระแสตู้เชื่อมให้กับตู้เชื่อมที่ใช้เป็นประจำก็สำคัญไม่น้อยซึ่งถือเป็นการพัฒนาตู้เชื่อมไฟฟ้าให้สามารถเชื่อมงานได้ประณีตมากขึ้นและลดขั้นตอนในการผลิตชิ้นงานด้วย

เหตุผลที่ต้องทำการปรับกระแสตู้เชื่อม
ตู้เชื่อมไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำหรับช่างเชื่อม ที่สามารถใช้งานจากการเชื่อมด้วยไฟฟ้า ซึ่งสามารถเชื่อมได้ทั้งเหล็ก อะลูมิเนียม สแตนเลส โลหะบาง-หนา และวัสดุต่างๆ แต่บางครั้งช่างเชื่อมอาจจะเลือกซื้อตู้เชื่อมในแบบราคาถูกมา หรือไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ หากเป็นช่างระดับมืออาชีพก็จะสามารถทำการปรับกระแสตู้เชื่อมให้ใช้งานได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อชิ้นงานที่ออกมาสวยงามอีกด้วย ซึ่งการปรับกระแสตู้เชื่อมเป็นการปรับตั้งกระแสไฟฟ้าเชื่อม ซึ่งจะมีผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพของแนวเชื่อม โดยมีข้อควรพิจารณาคือ

·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการปรับกระแสไฟในการเชื่อมที่สามารถปรับได้ 2 ลักษณะ คือ ปรับเพิ่ม และปรับลด
·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการปรับกระแสไฟเชื่อมสูง ที่จะทำให้การอาร์ครุนแรงและแนวเชื่อมเสียหาย
·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการปรับกระแสไฟเชื่อมสูงหรือต่ำ โดยจะต้องคำนึงถึงความหนาของวัสดุงานเชื่อมทุกครั้ง
·       การปรับกระแสตู้เชื่อม เป็นการใช้กระแสไฟเชื่อมต่ำ ที่จะทำให้เกิดการดูดติดของลวดเชื่อมกับชิ้นงาน

ข้อควรรู้เมื่อทำการปรับกระแสตู้เชื่อม
การเชื่อมโลหะต่างๆ จากการใช้เครื่องเชื่อมไฟฟ้า หากช่างเชื่อมที่มีความชำนาญในการเชื่อมหรือมีประสบการณ์การเชื่อมงานต่างๆ มานาน ส่วนใหญ่มักจะมีขั้นตอนที่ไม่สามารถมองข้ามได้ก็คือ การปรับกระแสตู้เชื่อม หรือการปรับระดับกระแสของเครื่องเชื่อมไฟฟ้า ซึ่งปัจจัยที่กำหนดระดับการปรับกระแสไฟฟ้าเครื่องเชื่อมคือ ลักษณะงาน, ความหนาของชิ้นงาน และชนิดของลวดเชื่อม เพราะหากมีการปรับกระแสตู้เชื่อมที่สูงเกินไปจะทำให้บ่อหลอมละลายกว้างและลึกไม่สม่ำเสมอ ทำให้มีการควบคุมแนวเชื่อมได้ยาก และส่งผลให้เกิดรอยแหว่งที่ขอบรอยเชื่อมหรือที่เรียกว่า Undercut

แต่หากมีการปรับกระแสตู้เชื่อมที่ต่ำเกินไปจะทำให้เกิดรอยนูนบริเวณขอบรอยเชื่อม ทั้งนี้ก็เพราะว่าลวดเชื่อมกับชิ้นงานไม่สามารถหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกันได้


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น